THE VASELINE STORY

เรื่องราวของวาสลีน

2402

2402

การค้นพบ

โรเบิร์ต ออกัสตัส ชีสโบรห์ นักเคมีชาวอังกฤษอายุ 22 ปี ออกเดินทางไปยังเมืองทิทุสวิลล์ เมืองขนาดเล็กในเพนซิลเวเนีย ซึ่งเพิ่งค้นพบปิโตรเลียมได้ไม่นาน ชีสโบรห์ ซึ่งกำลังผลิตน้ำมันก๊าซจากน้ำมันของวาฬสเปิร์มอยู่ในขณะนั้น ต้องการที่จะทราบว่าสามารถนำปิโตรเลียมมาทำเป็นผลิตภัณฑ์อะไรได้อีกบ้าง หลังจากมาถึงที่เมืองทิทุสวิลล์ได้สักพัก ชีสโบรห์ เริ่มให้ความสนใจกับผลิตผลพลอยได้ที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติของกระบวนการขุดเจาะน้ำมัน ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีคุณสมบัติในการฟื้นบำรุงผิว ระหว่างมองดูคนงานขุดเจาะน้ำมัน ชีสโบรห์ สังเกตว่าคนงานจะนำน้ำมันมาละเลงทาที่ผิวเพื่อช่วยรักษารอยบาดและรอยไหม้ เมื่อได้รับแรงบันดาลใจนี้แล้ว ชีสโบรห์ จึงเริ่มปฏิบัติการณ์เพื่อช่วยฟื้นรักษาผิวที่แห้งของอเมริกา

2408

2408

การทำเจลลี่ให้บริสุทธิ์

หลังจากพยายามปรับปรุงเทคนิคในการสกัดน้ำมันของเขามาเป็นเวลาห้าปี ในปี 2408 ชีสโบรห์ได้จดสิทธิบัตรกระบวนการในการทำปิโตรเลียม เจลลี่ นี้ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นของกระบวนการในการทำให้บริสุทธิ์ถึงสามขั้นตอน ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของแบรนด์วาสลีน® จนถึงทุกวันนี้ วาสลีน® เจลลี่ เป็นปิโตรเลียม เจลลี่ เพียงเจ้าเดียวที่มีตราผนึกการทำให้บริสุทธิ์ถึงสามขั้นตอน นี่เป็นการรับรองว่าวาสลีน® เจลลี่ ทุกกระปุกผ่านการทำให้บริสุทธิ์ไม่ใช่เพียงครั้งเดียวแต่ถึงสามขั้นตอนก่อนที่จะออกวางจำหน่าย เจลลี่ได้รับการกรองและกลั่นจนสะอาด ตลอดจนปล่อยอากาศเพื่อนำฟองอากาศออกทั้งหมด เพื่อให้มั่นใจว่าทุกกระปุกนั้นบริสุทธิ์อย่างแท้จริง หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกระบวนการนี้ โปรดดูเหตุใดวาสลีน® จึงเป็น “เจลลี่มหัศจรรย์”

2413

2413

“เจลลี่มหัศจรรย์”

ชีสโบรห์ ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ตัวยง ใช้เวลากว่าหนึ่งทศวรรษเพื่อปรับปรุงกระบวนการการสกัดและทำให้บริสุทธิ์ก่อนเปิดตัว “เจลลี่มหัศจรรย์” ให้ชาวอเมริกันรู้จักกันอย่างแพร่หลาย ชีสโบรห์ มั่นใจว่าผลิตภัณฑ์ของตนจะเป็นที่ต้องการในอุตสาหกรรมการแพทย์ หลังจากได้พิสูจน์ด้วยตัวเองแล้วว่าผลิตภัณฑ์ของเขาปลอดภัยและบริสุทธิ์สำหรับการใช้งานหลายๆ แบบ เขาจึงเปิดโรงงานในบรุกลิน นิวยอร์ก ในปี 2413 ในขณะเดียวกัน ชีสโบรห์ ได้เดินทางไปทั่วรัฐนิวยอร์กด้ายม้าและเกวียนเพื่อป่าวประกาศเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ "มหัศจรรย์" ของเขาโดยการสาธิตการใช้งานกับตัวเขาเอง ด้วยการกัดผิวของตัวเองด้วยกรดหรือเผาไหม้ผิวของตัวเองด้วยไฟ จากนั้นนำเจลลี่ใสๆ มาทาให้ทั่วแผล และแสดงบาดแผลในอดีตที่ได้รับการฟื้นคืนสภาพด้วยเจลลี่ป้องกันผิวนี้ อย่าลองไปทำเองที่บ้านนะ!

2415

2415

ที่มาของชื่ออย่างเป็นทางการ

แม้ว่าชื่อ “เจลลี่มหัศจรรย์” จะน่าสนใจอยู่ประมาณหนึ่ง แต่ในปี 2415 ชีสโบรห์ได้จดทะเบียนเจลลี่นี้เป็นชื่อ “วาสลีน” ซึ่งเชื่อว่าเป็นคำที่มาจากการผสมคำว่าน้ำในภาษาสเปน wasser และความว่าน้ำมันในภาษากรีก oleon ดูเหมือนว่าชื่อใหม่จะเข้าท่าทีเดียว! ภายในปี 2417 หลังจากการสร้างแบรนด์เพียงสองปี วาสลีน® เจลลี่ มีการขายวาสลีน® เจลลี่ ทั่วประเทศสหรัฐอเมริกาในอัตราความเร็วนาทีละหนึ่งกระปุก หมายความว่าวันหนึ่งสามารถขายได้กว่า 1,400 กระปุกเลย!

2423

2423

สารพัดประโยชน์ของวาสลีน

ผู้คนเริ่มค้นพบวิธีใช้วาสลีน® เจลลี่ บริสุทธิ์ที่ปลอดภัยและหลากหลาย จากนั้นไม่นานแทบจะทุกบ้านในอเมริกาต้องมีวาสลีน® เจลลี่ ติดตู้ยาไว้ คุณแม่มือใหม่ใช้เจลลี่นี้แก้ผื่นผ้าอ้อมให้ทารก ส่วนมืออาชีพที่ทำงานในสภาพอากาศที่หนาวจัดใช้เจลลี่เพื่อบำรุงผิวแห้ง และผิวที่แตก อย่างไรก็ตาม เมื่อประสบความสำเร็จก็ย่อมมีคนทำตาม มีการทำปิโตรเลียม เจลลี่ ออกมาเลียนแบบมากมายทั่วสหรัฐอเมริกา ชีสโบรห์ เปิดตัวตราผนึกสีน้ำเงินที่เป็นเอกลักษณ์เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ของแท้ดั้งเดิม เพื่อดูแลให้ผู้บริโภคได้ใช้เจลลี่ที่ได้รับการทำให้บริสุทธิ์ที่สุดและดีที่สุดเท่านั้น ทุกวันนี้ยังคงมีการติดตราผนึกสีน้ำเงินบนผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื่นของวาสลีน® เช่น โลชั่น เนื่องจากเป็นสายผลิตภัณฑ์เดียวที่มีวาสลีน® เจลลี่ ดั้งเดิมที่ผ่านการทำให้บริสุทธิ์ถึงสามขั้นตอน

2426

2426

เสียงตอบรับจากราชวงศ์

เกียรติสูสุดที่ราชวงศ์อังกฤษสามารถมอบให้พสกนิกรคือ ตำแหน่งของอัศวิน ราชินีวิคตอเรีย ผู้ปกครองประชากรกว่าหนึ่งในสี่ของโลก ไม่เพียงตัดสินพระทัยว่าชีสโบรห์ เหมาะสมกับตำแหน่งอันทรงเกียรตินี้เท่านั้น แต่ยังตรัสต่อนักเคมีผู้ไม่ย่อท้อนี้ว่าพระองค์เองก็ทรงชื่นชอบในตัวผลิตภัณฑ์แปรรูปที่มีสรรพคุณมากมายของเขาเช่นกัน และทรงใช้วาสลีน® เจลลี่ เพื่อช่วยฟื้นบำรุงพระฉวีที่แห้งของพระองค์เช่นกัน

ช่วงต้นยุค 2443

ช่วงต้นยุค 2443

การขยายธุรกิจไปทั่วโลก

วาสลีน® เจลลี่ แพร่กระจายจากทวีปหนึ่งไปอีกทวีปหนึ่ง โดยได้รับการยอมรับจาก “ผู้คนที่ใช้จริง” ว่าเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยและบริสุทธิ์ที่สุดในการฟื้นบำรุงและให้ความชุ่มชื่น แก่ผิวที่แห้งกร้าน ในการรองรับการขยายธุรกิจที่รวดเร็วนี้ ชีสโบรห์ ย้ายฐานการผลิตในสหรัฐอเมริกาไปที่เพิร์ท แอมบอย นิวเจอร์ซีย์ และเปิดโรงงานในยุโรป แคนาดา และแอฟริกา เซอร์ โรเบิร์ต ชีสโบรห์ เกษียณจากการเป็นประธานบริษัทในปี 2451

2452

2452

การเดินทางไปยังขั้วโลกเหนือ

หลังจากนั้นเพียงปีเดียว วาสลีน® เจลลี่ ได้มีบทบาทสำคัญในการเดินทางไปยังขั้วโลกเหนือที่เชื่อว่าประสบความสำเร็จเป็นครั้งแรก กับผู้บัญชาการโรเบิร์ต แพรี นักสำรวจรายดังกล่าวพกวาสลีน® เจลลี่ ไปด้วยหนึ่งกระปุกเพื่อช่วยให้ผิวหนังปลอดภัยและได้รับการปกป้อง เนื่องจากเขาทราบดีว่าวาสลีน® เจลลี่ จะไม่แข็งตัว

2460

2460

ในแนวหน้าสมรภูมิรบช่วงสงครามโลกครั้งที่ I

ระหว่างช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 วาสลีน® เจลลี่ ช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้ทหารอเมริกันในแนวร่องหลบภัยโดยการรักษารอยบาด รอยฟกช้ำ และบรรเทาอาการผิวไหม้แดด มีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์พอวาสลีน® เจลลี่ ไปด้วยเพื่อช่วยรักษารอยบาดหรือรอยไหม้เล็กๆ ให้กับผู้ป่วย
วาสลีน® เจลลี่ เป็นที่ต้องการมากถึงขนาดหน้าบรรดาทหารต่างเขียนจดหมายกลับมาที่บ้านเพื่อขอให้ส่งวาสลีนไปให้ที่สนามรบเพิ่ม อีกทั้งยังมีการใช้วาสลีนเพื่อเป็นสินค้าแลกเปลี่ยนกับทหารอังกฤษด้วย

2476

2476

มรดกของ เซอร์ ชีสโบรห์

เซอร์ โรเบิร์ต ชีสโบรห์ เสียชีวิตด้วยอายุ 96 ซึ่งถือว่ามีอายุยาวนานกว่าอายุขัยเฉลี่ย 61.7 ปีในสหรัฐอเมริกา ขณะนั้นกว่า 25 ปี

2486

2486

ช่วยชีวิตและทำข่าว

วาสลีน® เจลลี่ กลายมาเป็นสินค้าหลักในสงครามโลกอีกครั้งหนึ่ง เจ้ากรมการแพทย์ทหารของกองทัพสหรัฐฯ ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ II ถึงกับสั่งซื้อผ้าพันแผลเคลือบวาสลีน® เจลลี่ ฆ่าเชื้อ เพื่อส่งไปยังกองหน้า ผ้าพันแผลดังกล่าวช่วยฟื้นบำรุงแผลของบรรดาทหารได้ดีมากจนหนังสือพิมพ์ New York Times ตีพิมพ์เรื่องราวที่ว่าเหยื่อไฟไหม้รุนแรง 75 รายรอดชีวิตและอาการดีขึ้นได้ด้วยวาสลีน® เจลลี่

2498

2498

ผนึกกำลังร่วมกับ Ponds

Chesebrough Manufacturing Co. รวมกิจการกับ Pond's Extract Company เพื่อก่อตั้ง Chesebrough-Ponds, Inc.

2512

2512

เปิดตัวโลชั่นอินเทนซีฟแคร์

วาสลีน เปิดตัวโลชั่นวาสลีน® อินเทนซีฟแคร์ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว การเปิดตัวนี้เกิดขึ้นพร้อมๆ กับโปรโมชั่นแรกสุดของแบรนด์ ได้แก่ Dry Leaf Campaign โฆษณาซึ่งออกอากาศทางทีวีและเผยแพร่ตามสื่อสิ่งพิมพ์แสดงภาพใบไม้แห้งมากๆ ซึ่งได้รับการฟื้นบำรุงด้วยโลชั่น เพื่อเน้นย้ำความจำเป็นในการฟื้นบำรุงและปกป้องผิวแทนที่จะแก้ไขให้สวยงาม

2530

2530

ส่วนหนึ่งของครอบครัว Unilever

เมื่อ Unilever ซื้อ Chesebrough-Pond’s Inc. ในปี 2530 ได้มีการขยายสายผลิตภัณฑ์วาสลีน® โดยเพิ่มผลิตภัณฑ์เพิ่มความชุ่มชื่น เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปาก และโลชั่นที่ช่วยฟื้นบำรุงผิวแห้งทั่วโลก นับตั้งแต่ไมอามีไปจนถึงมอสโก และจากเมลเบิร์นไปจนถึงมุมไบ

2548

2548

สถิติใหม่

ทุกๆ 39 วินาทีจะมีการขายวาสลีน เจลลี่หนึ่งกระปุก ณ ที่ใดที่หนึ่งบนโลก

ปัจจุบัน

ปัจจุบัน