วิธีรักษาสิวและทำให้ผิวแลดูสดชื่น กระจ่างใส

ค้นพบวิธีดูแลผิวกระจ่างใส ไร้สิว

วิธีรักษาสิวและทำให้ผิวแลดูสดชื่น กระจ่างใส
  • 1
    สิวเกิดจากอะไร
    ต่อมไขมันใต้ผิวหนังสร้างน้ำมันธรรมชาติที่เรียกว่าซีบัมขึ้นเพื่อหล่อลื่นผิวหนังและเส้นขน น้ำมันซีบัมนี้มักจะถูกขับขึ้นมาสู่ผิวหนังชั้นนอกผ่านทางรูขุมขน
    เมื่อน้ำมันส่วนเกินและเซลล์ผิวที่ตายแล้วสะสมรวมตัวกัน อาจไปอุดตันรูขุมขน เกิดเป็นสิวอุดตัน ซึ่งเป็นอาการแรกเริ่มของสิว และถ้ามีแบคทีเรียเจริญเติบโตขึ้นบริเวณที่เกิดสิว จะเกิดเป็นสิวอักเสบ
  • 2
    สิวไม่ได้เป็นเพียงปัญหาของวัยรุ่นเท่านั้น
    ปัญหาสิวถือเป็นเรื่องปกติในหมู่วัยรุ่น เนื่องจากเป็นวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน แต่ผู้ใหญ่ก็สามารถเป็นสิวได้ สิวในผู้ใหญ่อาจเกิดจากเครื่องสำอางบางชนิด ความเครียดหรือการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน เช่น ระหว่างตั้งครรภ์หรือมีรอบเดือน พันธุกรรมและการใช้ยาก็มีส่วนทำให้เกิดสิวเช่นกัน
    ผู้หญิงอายุ 20–29 มากกว่า 50% และกว่า 25% ของผู้มีอายุระหว่าง 40–49 มักประสบปัญหาสิว
    แม้ว่าคุณจะหลีกหนีจากการมีสิวไม่ได้ 100 % แต่มีหลายวิธีที่คุณจะช่วยดูแลและป้องกันการเกิดสิวได้
  • 3
    วิธีจัดการกับสิวอุดตัน
    แม้ว่าสิวจะน่าบีบแค่ไหนก็ตาม คุณจะต้องอดใจไว้ไม่ไปบีบสิว เพราะการบีบสิวอาจทำให้เชื้อแบคทีเรียแพร่กระจายไปยังบริเวณอื่นของใบหน้าและอาจทำให้เกิดรอยแผลเป็นจากสิว
    การเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวันบางอย่างสามารถช่วยจัดการกับปัญหาสิวได้
    • หาวิธีดูแลผิวที่เหมาะกับคุณ
    วิธีดูแลสิวด้วยตัวเองที่บ้านที่ดีที่สุดคือการสร้างวินัยในการดูแลผิวทุกวัน และทำให้ได้สม่ำเสมอ ใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะกับสภาพผิว ช่วยลดการอุดตันของสิ่งสกปรกภายในรูขุมขน นอกจากนี้การใช้ยาเรตินอยด์บางชนิดที่มีส่วนผสมของวิตามิน A ก็สามารถช่วยได้เพราะตัวยาจะเข้าไปช่วยในการผลัดเซลล์ผิวและช่วยต่อสู้กับสิว แต่การใช้ยาเรตินอยด์ควรใช้ตามคำแนะนำของแพทย์เท่านั้น
    • อย่าลืมทาครีมเพื่อให้ผิวชุ่มชื้น
    เลือกใช้ครีมทาผิวแบบบางเบา ไม่เหนียวเหนอะหนะ เพื่อลดโอกาสหนึ่งของการเกิดสิว ควรใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้าเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและสร้างเกราะป้องกันให้กับผิว ควรทาครีมหลังอาบน้ำและหลังล้างหน้า เป็นประจำ
    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ
    การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอจะทำให้ประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันของคุณลดลง เปิดโอกาสให้แบคทีเรียเจริญเติบโตในรูขุมขนที่อุดตัน และต้องใช้เวลารักษาสิวนานขึ้น เป็นที่ทราบกันดีว่าการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอช่วยป้องกันไม่ให้เกิดความเครียด เพราะถ้าเกิดความเครียด ร่างกายจะผลิตฮอร์โมนกลูโคคอร์ติคอยด์ (ฮอร์โมนเสตียรอยด์) เพิ่มขึ้นซึ่งทำให้สิวของคุณแย่ลง
  • 4
    วิธีลดการเกิดสิว
    นอกจากวิธีดูแลสิวแล้ว วิธีต่อไปนี้จะช่วยป้องกันการเกิดสิวในอนาคต
    • การป้องกันแสงแดด
    หลายคนคิดว่าแสงแดดช่วยทำให้สิวแห้งเร็วขึ้น แต่นี่เป็นความเชื่อผิด ๆ จริง ๆ แล้วความร้อนและการทาครีมกันแดดหนา ๆ อาจทำให้หน้ามันมากกว่าเดิม อันเป็นสาเหตุให้เกิดสิวมากขึ้น คุณควรพยายามอยู่ในที่ร่ม ระหว่าง 11.00–15.00 น. เพาะเป็นช่วงที่ร้อนที่สุดของวัน นอกจากนี้คุณยังควรเลือกใช้ครีมกันแดด เพื่อรักษาความชุ่มชื้นและปกป้องผิวจากแสงแดด
    • ออกกำลังกายบ้าง
    การออกกำลังกายส่งผลดีต่อผิวและร่างกายของคุณโดยรวม เพราะทำให้ร่างกายสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ เพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มออกซิเจนให้แก่เซลล์ผิวและช่วยในการกำจัดเศษเซลล์ที่ตายแล้ว นอกจากนี้การออกกำลังกายยังเป็นการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายเพื่อต่อสู้กับแบคทีเรียในสิวอีกด้วย หลังจากออกกำลังกายแล้ว คุณควรอาบน้ำทันที ไม่เช่นนั้นความมันส่วนเกินที่เกิดขึ้นพร้อมกับเหงื่ออาจทำให้เกิดสิวมากขึ้นไปอีก
    • รักษาความสะอาดเส้นผม
    สิ่งสกปรกและน้ำมันส่วนเกินจากเส้นผม อาจสัมผัสกับผิวหนัง ก่อให้เกิดการอุดตันของรูขมขนบนผิวได้ ดังนั้นการสระผมอย่างสม่ำเสมอ ช่วยลดโอกาสหนึ่งของการเกิดสิวได้
    • เช็ดเครื่องสำอางออกให้สะอาดทุกครั้ง
    เมื่อคุณมีสิว แป้งและครีมรองพื้นหนา ๆ อาจไปอุดตันรูขุมขนของคุณได้ ทำให้ปัญหาสิวของคุณแย่ลงกว่าเดิม แถมยังจะหายช้าลงไปอีก การล้างเครื่องสำอางให้สะอาดด้วยผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนทุกคืนจะช่วยให้ผิวของคุณหายใจได้สะดวกยิ่งขึ้น
    • พยายามไม่จับผิวหน้าบ่อย ๆ
    มือของคุณมีแบคทีเรียและความมันสะสมอยู่ หากใช้มือสัมผัสใบหน้าย่อมมีความเสี่ยงต่อการทำให้รูขุมขนอุดตัน อันเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาสิวมากยิ่งขึ้น
สิวเป็นปัญหาทั่วไปที่เรารับมือได้อย่างงง่ายดาย การนอนให้ให้เพียงพอและรักษาวินัยการดูแลผิวอย่างสม่ำเสมอเป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดสิว
คำแนะนำในบทความนี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางการแพทย์และใช้เพื่อจุดประสงค์ในการให้ข้อมูลเท่านั้น
ค้นหาเคล็ดลับและข้อเท็จจริงของผิวสุขภาพดีเพิ่มเติมที่หน้าสุขภาพของผิว >

คุณอาจสนใจ